Categories
News

บริการทำความสะอาด: เทคนิค เช็ดกระจก ให้สะอาดที่คนอยู่คอนโดต้องอยากรู้

บริการทำความสะอาด: เทคนิค เช็ดกระจก ให้สะอาดที่คนอยู่คอนโดต้องอยากรู้ สำหรับผู้อยู่คอนโดที่มีกระจกรอบด้าน ทั้งหน้าต่างและประตูระเบียงที่เป็นกระจก อาจจะรู้สึกต้องเหนื่อยเพิ่ม เพราะการทำความสะอาดที่จำเป็นต้องทำบ่อยครั้ง เนื่องจากฝุ่นละอองและคราบสกปรกจะติดกระจกได้ง่าย ยิ่งถ้าเป็นการอยู่แบบครอบครัวด้วยแล้ว เด็ก ๆ อาจจะจับและถูกกระจกจนกลายเป็นรอยที่ไม่น่ามอง ดังนั้นจึงขอแนะนำ 15 เทคนิคการเช็ดกระจกให้ใสสะอาดอยู่เสมอ โดยที่คนอยู่คอนโดไม่จำเป็นต้องเหนื่อยมาก แต่ได้ความใสที่ยาวนานมากขึ้นดังนี้

1.สบู่เหลวผสมน้ำเปล่า

เช็ดกระจกให้ใสง่ายขึ้นด้วยการนำสบู่เหลวทำความสะอาดร่างกาย จากแบรนด์และสูตรใดก็ได้ หรือจะใช้เป็นสูตรฆ่าเชื้อมาเทใส่ขวดสเปรย์ขนาดกลางประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ แล้วผสมน้ำเปล่าจนเต็มขวด จากนั้นเขย่าให้เข้ากันทั้งเนื้อของสบู่เหลวและน้ำ ฉีดพ่นทั่วบริเวณกระจก โดยเฉพาะช่วงมุมของกระจกแล้วรีบเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด จะทำให้กระจกของคุณมีความใสเงางามและช่วยทำให้ฝุ่นละอองต่าง ๆ ไม่ติดกระจกง่ายจนเกินไป

2.แป้งข้าวโพดผสมน้ำ

สูตรเช็ดกระจกด้วยแป้งข้าวโพด เป็นการนำวัตถุดิบภายในครัว มาผสมกับน้ำอุ่นเพื่อเช็ดกระจกได้อย่างใสสะอาดมากขึ้น โดยให้คุณนำแป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำอุ่น 2 ถ้วย แล้วคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเทลงขวดสเปรย์ เติมน้ำส้มสายชูเศษ 1 ส่วน 4 ถ้วย และเพิ่มแอลกฮอล์อีก 1 ถ้วย พร้อมทำการเขย่าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปฉีดพ่นทั่วบริเวณกระจก คุณจะสัมผัสได้ถึงการทำความสะอาดที่ง่ายและรวดเร็วมากกว่าปกติ

3.น้ำส้มสายชู

น้ำส้มสายชูเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบภายในครัวที่มีประโยชน์หลากหลายด้าน สามารถเช็ดกระจกแล้วทำให้ใสสะอาดได้อย่างง่ายดาย พร้อมการป้องกันไม่ให้เศษฝุ่นละอองติดได้ง่าย ช่วยในเรื่องฆ่าเชื้อได้ดี ทั้งยังให้ประโยชน์ในการป้องกันหม้อข้าวบูดง่ายและช่วยล้างทำความสะอาดเครื่องครัวได้หมดจดอีกด้วย ดังนั้นถ้าคุณต้องการให้กระจกใสแบบง่าย ๆ แนะนำการใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่า เทลงขวดสเปรย์แล้วเช็ดที่กระจก โดยฉีดพ่นไปทั่วบริเวณมุมและขอบกระจก แล้วนำผ้านุ่มเช็ดต่อ ใช้วิธีการง่าย ๆ นี้จะสัมผัสได้ทันทีว่ากระจกใสขึ้นอย่างรวดเร็ว

4.น้ำยาล้างจาน

สูตรน้ำยาล้างจานเช็ดกระจก จะเป็นอีกหนึ่งสูตรที่หาวัตถุดิบได้ง่ายภายในครัว เพียงนำน้ำยาล้างจานประมาณ 3-4 หยด ใส่ลงขวดสเปรย์ แล้วตามด้วยการผสมน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วย และน้ำเปล่า 1 ถ้วย เมื่อเทใส่ขวดสเปรย์ทั้งหมดแล้ว ให้เขย่าเพื่อเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไปฉีดพ่นที่บริเวณกระจกและบริเวณที่มีคราบไขมันติดอยู่ จะทำให้การเช็ดทำความสะอาดออกได้ง่ายมากขึ้น พร้อมทำให้กระจกใสเร็วกว่าเดิมและช่วยลดการติดคราบไขมันจากมือ, ใบหน้า และร่างกายส่วนอื่น ๆ ของมนุษย์ได้มากขึ้นอีกด้วย

5.แอลกฮอล์

นำแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ 70-75 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป มาทำการเช็ดกระจก แต่ถ้าเป็นแอลกอฮอล์ที่มีค่าความเข้มข้นสูง ให้คุณใช้ปริมาณลดลงแล้วผสมกับน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำเปล่า 1 ถ้วย เทลงใส่ขวดสเปรย์ขนาดกลางแล้วเขย่าให้เข้ากัน ฉีดพ่นไปทั่วบริเวณกระจกและให้เน้นที่มุมกระจกเป็นหลัก จะช่วยทำให้การทำความสะอาดง่ายดาย ลดคราบต่าง ๆ ได้รวดเร็ว ทั้งยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการฆ่าเชื้อโรคและเชื้อไวรัสต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทำความสะอาดกระจกได้ทั้งภายในและภายนอก ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสารตกค้าง พร้อมการช่วยกำจัดเชื้อที่ฟุ้งกระจายอยู่ใกล้บริเวณกับกระจกได้อีกด้วย

6.เบกกิ้งโซดา

การเช็ดกระจกให้ใสสะอาดและไม่ติดคราบง่าย ด้วยเบกกิ้งโซดาถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยใช้น้ำเปล่าขนาด 3 ถ้วย ผสมกับน้ำมะนาว 1 ถ้วยเล็ก และใส่เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ จากนั้นให้คนทุกส่วนผสมเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทใส่ขวดสเปรย์ขนาดกลาง นำไปฉีดพ่นให้ทั่วกระจก ซักผ้านวมให้สะอาด ใช้เช็ดแล้วกระจกจะใสอย่างรวดเร็ว ไม่เปลืองแรงและไม่เปลืองเวลาของคุณอย่างแน่นอน

7.ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ผสมน้ำ

อีกหนึ่งวิธีเช็ดกระจกที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน คือ การใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ขนาด 2 ถ้วย ผสมกับน้ำเปล่าและน้ำมันมะกอกสกัด เพื่อเช็ดกระจกทั้งด้านในและด้านนอกได้อย่างหมดจด เน้นการทำความสะอาดที่จะฆ่าเชื้อโรคในตัว เนื่องมาจากสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ในขนาดผสมที่ถูกต้อง จะช่วยกำจัดเชื้อไวรัส Covid-19 และเชื้อโรคประเภทอื่น ๆ ออกจากสถานที่เสี่ยงได้มาก ดังนั้นจึงสามารถนำมาใช้ในการเช็ดกระจก เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อได้อย่างหมดจด พร้อมทำให้กระจกใสและลดคราบได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคร้ายเข้ามายึดเกาะกระจกได้เป็นระยะเวลานานหลายวันอีกด้วย

8.อุปกรณ์ทำความสะอาด

อุปกรณ์สำหรับการเช็ดกระจกมีความสำคัญไม่แพ้ตัวน้ำยาต่าง ๆ เพราะจะเป็นตัวช่วยทำให้เกิดความสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น พร้อมทำให้เกิดความสะอาดที่รวดเร็ว ไม่ต้องเปลืองแรงมาก ซึ่งถ้าคุณต้องการเช็ดทำความสะอาดกระจกให้ใสได้เร็วและยาวนาน ควรเตรียมอุปกรณ์ คือ ที่เช็ดกระจกแบบมียางรีด, ฟองน้ำสำหรับการทำความสะอาดกระจกโดยเฉพาะ ผ้าที่มีความสะอาดและถังใส่น้ำ การใช้ตัวรีดกระจกจะมีทั้งแบบขนาดเล็กถนัดมือและแบบต่อด้ามได้ เพื่อทำให้คุณเช็ดได้ทั้งกระจกบานเล็ก บานใหญ่ และบานสูงอย่างครบถ้วน ส่วนถังน้ำจะใช้ในการจุ่มไม้รีดกระจก เพื่อเช็ดทำความสะอาดเป็นส่วนแรกก่อนการลงน้ำยา ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดนี้จะทำความสะอาดได้กระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9.เตรียมขั้นตอนให้ถูกต้อง

การเตรียมขั้นตอนเช็ดกระจกที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดเวลากับแรงของคุณได้มากขึ้น ด้วยการเริ่มจากกระจกบานเล็กและใช้ผ้าสะอาดหรือฟองน้ำชุบน้ำเปล่าหมาด ๆ แล้วเช็ดสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง และคราบต่าง ๆ ออกก่อนเป็นรอบแรก จากนั้นให้ใช้ตัวรีดกระจกชุบน้ำและรีดตามแนวตั้งของกระจก รอเวลาให้แห้งสักครู่แล้วใช้น้ำยาสำหรับการทำความสะอาดกระจกที่เตรียมไว้ไล่ฉีดให้ทั่วบริเวณ พร้อมใช้ผ้าที่มีความนุ่มเช็ดน้ำยา 1 ครั้ง และให้ใช้ผ้าแห้งสะอาดเช็ดซ้ำอีก 1 ครั้ง กระจกจะใสและลดการติดคราบสกปรกกับการติดฝุ่นได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งการทำความสะอาดพื้นผิวของกระจกก่อนการใช้น้ำยา มีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวช่วยลดความสกปรกได้ดีและลดปัญหาฝุ่นขนาดใหญ่ขูดขีดกระจก จนอาจกลายเป็นรอยขนแมวได้

10.Tips ในการเช็ดให้ใสเร็วขึ้น

สำหรับ Tips ในการเช็ดกระจกที่จะทำให้สะอาดได้เร็วขึ้น พร้อมให้ความสะอาดที่ยาวนานกว่าเดิม ขอแนะนำเทคนิคง่าย ๆ ต่อไปนี้

เลือกใช้ผ้าที่มีความแห้งและสะอาด ต้องเป็นผ้าที่ไม่ติดฝุ่นง่ายเท่านั้น
ใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นบนกระจกออกก่อนและปัดบริเวณขอบกับมุมกระจกให้ได้มากที่สุด จะช่วยทำให้การใช้น้ำยาเช็ดง่ายขึ้น
เริ่มการเช็ดน้ำยาจากบนลงล่างเท่านั้น เพื่อลดปัญหาคราบน้ำยาติดค้าง
การเช็ดควรเริ่มจากด้านบนลงล่างมทีละครึ่งกระจกก่อน ทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยเช็ดต่ออีกครึ่งกระจก
ถ้าเป็นการทำความสะอาดกระจกที่สามารถส่องได้ ให้ลงน้ำยาเช็ดกระจกไว้สักครู่แล้วจึงค่อยเช็ดต่อ เพื่อขจัดคราบได้ง่ายขึ้น
การเช็ดกระจกบานใหญ่ ให้เน้นใช้ที่รีดกระจกช่วยทีละ 1 บาน แล้วใช้ผ้าสะอาดเช็ดตามขอบกับมุม เท่านี้ก็จะใส่สะอาดโดยไม่ต้องเช็ดซ้ำบ่อยครั้ง

11.น้ำมะนาว

น้ำมะนาวเป็นวัตถุดิบภายในครัว ที่สามารถนำมาผสมกับน้ำสบู่น้ำ, ส้มสายชู และน้ำเปล่า เพื่อเช็ดกระจกให้มีความสะอาดและความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี โดยการใช้สูตรน้ำมะนาวสด 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำสบู่ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยตวง เติมน้ำเปล่าอีกเล็กน้อย เทใส่ในขวดสเปรย์ขนาดกลาง จากนั้นเขย่าให้เข้ากันแล้วนำมาฉีดพ่นที่บริเวณขอบ, มุม และทั่วทั้งกระจก ใช้ผ้าสะอาดเช็ดก็จะช่วยขจัดคราบต่าง ๆ ที่ติดอยู่บนกระจกได้อย่างดีเยี่ยม หลังแห้งแล้วให้นำผ้าแห้งสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้ง คุณจะสัมผัสได้ถึงกระจกที่ใสขึ้นและเบาแรงคุณได้มากเลยทีเดียว

12.ขจัดฝุ่นก่อนเช็ด

การขจัดครบสกปรกและฝุ่นก่อนเช็ด สามารถใช้ได้ทั้งผ้าที่มีความนุ่ม ชุบน้ำหมาดแล้วเช็ด หรือจะใช้เป็นฟองน้ำก็ได้เช่นกัน โดยการเช็ดกระจกในรอบแรกให้เน้นไปที่ช่วงมุมกับขอบของกระจกเป็นหลัก เพราะถือเป็นจุดที่ทำความสะอาดเข้าถึงได้ยาก เมื่อเช็ครอบแรกเรียบร้อยแล้ว ให้รอสักครู่จนเริ่มแห้ง ใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ออกอีกครั้ง จึงค่อยลง ไม่รีดกระจกและใช้น้ำยาทำความสะอาดตามขั้นตอนต่อไป จะช่วยทำให้กระจกใสอย่างรวดเร็วมากขึ้น ที่สำคัญคือจะลดการขูดขีดของฝุ่น ลดปัญหารอยร้าว รอยขนแมว และลดเรื่องคราบเชื้อโรคกับเชื้อไวรัสต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

13.ใช้มันฝรั่งช่วย

เพียงแค่นำมันฝรั่งสดมาผ่าครึ่ง แล้วใช้ส่วนเนื้อถูลงบนกระจก พร้อมเทน้ำส้มสายชูลงไปตรงจุดที่เช็ดกระจก ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วเช็ดออกให้สะอาด นำน้ำอัดลมมาเทซ้ำและทิ้งไว้อีก 15 นาที เช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า จะทำให้เห็นถึงความใสแวววาวอย่างชัดเจน ซึ่งสูตรนี้สามารถใช้กับเครื่องครัวและเตาแบบกระจกได้ดี ป้องกันคราบอาหาร ฝุ่นควัน และคราบต่าง ๆ ไม่ให้กลับมายึดเกาะได้ง่ายอีกด้วย สำหรับกระจกห้องคอนโด เพื่อความสะดวกให้นำน้ำส้มสายชูกับน้ำอัดลมเทใส่ขวดสเปรย์แยกกันละขวด แล้วนำมาฉีดพ่นตามขั้นตอนที่ได้กล่าวไว้ เพียงเท่านี้การทำความสะอาดทั้งกระจกห้องคอนโดและเครื่องครัว จะเป็นไปอย่างง่ายดาย

14.เลือกใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์

ผ้าทำความสะอาดกระจก ควรเลือกใช้เป็นผ้าแบบไมโครไฟเบอร์ที่มีเส้นใยพิเศษ ละเอียดกว่าผ้าขนหนูทั่วไป เมื่อใช้งานแล้วจะไม่มีขุยหรือฝุ่นใด ๆ ติดเนื้อกระจก จึงถือเป็นผ้าที่เหมาะต่อการใช้ขจัดคราบฝังแน่นต่าง ๆ และคราบไขมัน นอกจากนี้ผ้าไมโครไฟเบอร์คุณภาพ ยังสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ภายในตัวผ้าได้ พร้อมการถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำความสะอาดได้ดีเยี่ยม โดยจะไม่ทิ้งรอยหรือคราบใด ๆ ไว้หลังการทำความสะอาดกระจกอย่างแน่นอน

15.เลือกน้ำยาเช็ดให้เหมาะสม

การใช้น้ำยาเช็ดกระจกจะช่วยทำให้ประหยัดเวลาได้มาก แต่สูตรน้ำยาในยุคก่อนจะมีปัญหาเรื่องของสารตกค้างที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้ผู้คนยุคใหม่เปลี่ยนไปใช้วิธีการผสมน้ำยาเอง เพื่อลดการต้องเผชิญสารเคมีที่มากเกินไปและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อโรคมากขึ้น ดังนั้นน้ำยาสูตรใหม่จึงมีการปรับเปลี่ยนใช้สารเคมีที่อนุภาพสูงขึ้น แต่ไม่ส่งผลต่อการตกค้างหรือการทำร้ายผู้ที่อยู่อาศัยภายในห้องคอนโด พร้อมการพัฒนาให้เป็นน้ำยาเช็ดกระจกที่เหมาะสมต่อแต่ละส่วนของสถานที่ เช่น น้ำยาเช็ดกระจกภายในห้องน้ำ ที่จะมีส่วนผสมสำคัญขจัดคราบหินปูน คราบเชื้อรา และคราบต่าง ๆ ที่มักจะซ่อนตัวอยู่ภายในห้องน้ำ รวมถึงการผลิตน้ำยาเช็ดกระจกหน้าต่างและประตู ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมให้การเช็ดที่ง่ายขึ้น ไม่ยุ่งยาก และกลิ่นไม่ฉุน เป็นต้น